{Verse 1}
How are you sorry?
คุณเป็นยังไงบ้าง
You never called me
คุณไม่เคยโทรหาผมอีกเลย
Running in circles, I’m struggling to read
ผมพยายามอ่านเรื่องราวของเราซ้ำๆ เพื่อให้เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง
Into our story, was it for me to perceive what you need me to see?
มีบางอย่างที่ผมควรจะรับรู้หรือเห็นอะไรในความสัมพันธ์ของเราหรือเปล่า
–
{Pre-Chorus}
Is this how it ended, is this the ending?
เรื่องของเรามันจะจบแบบนี้หรอ มันถึงตอนจบแล้วหรอ
Can we decide, no one knows
เราจะตัดสินใจได้หรอ ก็ไม่มีใครรู้
–
{Chorus}
I see your photos
ผมเห็นรูปถ่ายของคุณ
But I gotta let go
แต่ผมต้องปล่อยวางแล้ว
So how am I supposed to rewrite the chapters we made?
แล้วผมจะเขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ได้ยังไงกัน
Flip through the pages, in another we make it
ย้อนกลับไปดูหน้าอื่นๆ ที่เราเคยเขียนขึ้นมาด้วยกัน
Your words my light
ถ้อยคำของคุณคือแสงสว่างของผม
–
{Verse 2}
It’s easy to say, when you’re not in pain
มันว่ายที่จะพูดเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด
I wish you were patient, like I
ผมหวังว่าคุณจะอดทนเหมือนกับผม
Cause’ you say you don’t mind
เพราะคุณบอกว่าคุณไม่เป็นไร
But I’m the one who tries
แต่ผมเป็นคนๆนั้นที่พยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้น
You’d rather fight
คุณกลับเลือกที่จะทะเลาะกันแทน
–
{Pre-Chorus}
Is this how it ended, Is this the ending?
เรื่องของเรามันจะจบแบบนี้หรอ มันถึงตอนจบแล้วหรอ
Can we decide, no one knows
เราจะตัดสินใจได้หรอ ก็ไม่มีใครรู้
–
{Chorus 2}
I see your photos
ผมเห็นรูปถ่ายของคุณ
But I gotta let go
แต่ผมจำเป็นต้องปล่อยวางแล้ว
So how am I supposed to rewrite the chapters we made?
แล้วผมจะเขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ได้ยังไงกัน
Flip through the pages, in another we make it
ย้อนกลับไปดูหน้าอื่นๆที่เราเคยเขียนขึ้นด้วยกัน
Your words are lies
ถ้อยคำของคุณเป็นคำโกหกทั้งนั้น
I see your photos
ผมเห็นรูปถ่ายของคุณ
But I gotta let go
แต่ผมจำเป็นต้องปล่อยวางแล้ว
So how am I supposed to rewrite the chapters we made?
แล้วผมจะเขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ได้ยังไงกัน
Flip through the pages, in another we make it
ย้อนกลับไปดูหน้าอื่นๆที่เราเคยเขียนขึ้นมาด้วยกัน
Your words are lies
<
p style=”text-align: center”>ถ้อยคำของคุณเป็นคำโกหกทั้งนั้น
–
–




