ที่มาของต้มยำกุ้งนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่หลักฐานหนึ่งที่ปรากฏชัดเจนคือมีการบันทึกถึงเมนู “ต้มยำ” มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่เป็นต้มยำปลาต่าง ๆ ส่วนในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2451) โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งเป็นตำราอาหารอย่างเป็นทางการของไทยเล่มแรกได้ปรากฏชื่อเมนูต้มยำเขมร หรือแกงนอกหม้อ แต่ก็หน้าตาไม่เหมือนต้มยำกุ้งที่เรากินอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามแม้จะไม่สามารถระบุที่มาที่ไปของต้มยำกุ้งได้ ทว่ากลับเป็นอาหารที่น่าสนใจทั้งในแง่พัฒนาการที่ปัจจุบันมีทั้งน้ำข้น น้ำใส หลากหลายสูตร อีกทั้งความชาญฉลาดของคนในอดีตที่ทำให้สามารถรับประทานเครื่องสมุนไพรไทยที่เป็นยาได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญต้มยำกุ้งยังสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และสมุนไพรก็สามารถหาได้เคียงครัว เช่นเดียวกับที่คลองหน้าบ้านหลังเก่าของ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ เชฟใหญ่และผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทย Blue Elephant กรุงเทพฯ และ Blue Elephant ภูเก็ต (ร้านอาหารแนะนำ ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566) ซึ่งได้ย้อนเล่าประวัติศาสตร์ของต้มยำกุ้งผ่านความทรงจำในวัยเยาว์ว่า เมื่อก่อนถ้าพูดถึงต้มยำกุ้งจะหมายถึงต้มยำกุ้งน้ำใสที่ไม่มีการใส่กะทิหรือนมอย่างในปัจจุบัน แต่น้ำต้มยำจะไม่ได้ใสแจ๋ว มีความมันเล็กน้อยจาก “มันกุ้ง” ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ



