คำว่า “obvious” มีความหมายคือ ชัดเจน เด่นชัด เข้าใจได้ง่าย
ตัวอย่าง : All right. It’s obvious you remember me.
แปลว่า : เอาล่ะ เห็นได้ชัดว่าคุณจำผมได้
คำว่า “obvious” มีความหมายคือ ชัดเจน เด่นชัด เข้าใจได้ง่าย
ตัวอย่าง : All right. It’s obvious you remember me.
แปลว่า : เอาล่ะ เห็นได้ชัดว่าคุณจำผมได้
เกล็ดเลือด (อังกฤษ: platelet หรือ thrombocyte, เซลล์ลิ่มเลือด) เป็นส่วนประกอบของเลือดซึ่งมีหน้าที่ทำให้เลือดหยุดร่วมกับปัจจัยเลือดจับลิ่ม (coagulation factors) โดยเกาะกลุ่มและจับลิ่มการบาดเจ็บของหลอดเลือด เกล็ดเลือดไม่มีนิวเคลียสของเซลล์ เป็นส่วนหนึ่งของไซโทพลาซึมที่มาจาก(megakaryocyte) ของไขกระดูก แล้วเข้าสู่ระบบไหลเวียน เกล็ดเลือดที่ยังไม่ปลุกฤทธิ์มีโครงสร้างคล้ายจานนูนสองข้าง (ทรงเลนส์) เส้นผ่านศูนย์กลางมากสุด 2–3 ไมโครเมตร เกล็ดเลือดพบเฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนสัตว์อื่น เกล็ดเลือดไหลเวียนเป็นเซลล์นิวเคลียสเดี่ยว
ดอกกุหลาบสีส้ม นอกจากจะสื่อถึงความสดใสได้แล้วยังหมายถึงความปรารถนา ความหลงใหล ดอกกุหลาบสีส้มเรียกได้ว่าเป็นดอกไม้แห่งการแสดงความชื่นชมยินดี สามารถบ่งบอกได้ว่า“ฉันภูมิใจในตัวเธอ” สามารถให้ได้ถึงเพื่อนและคนรักรวมไปถึงการนำไปแสดงความยินดีกับคนอื่น กุหลาบสีคอรัลและสีแสดมักจะสื่อข้อความเดียวกันกับกุหลาบสีส้มเช่นกัน
ดอกกล้วยไม้ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความรัก และความสง่างาม แสดงถึงความประเสริฐ เลิศ และความงามอันละเมียดละไม สำหรับชาวจีนเรียกดอกกล้วยไม้ว่าเป็น “พืชแห่งกลิ่นกษัตริย์” หรือเป็นดอกไม้ที่ไว้บอกภาษารักว่า “ฉันไม่อาจห้ามใจให้คิดถึงเธอได้” ดอกกล้วยไม้ยังใช้เป็นสัญลักษณ์วันครูด้วย กว่าที่กล้วยไม้แต่ละช่อจะผลิตดอกออกผล ให้เราชื่นชมได้ ต้องใช้เวลานานและต้องการดูแลเอาใจใส่เปรียบได้กับครูแต่ละคนกว่าจะสั่งสอนเคี่ยวเข็นศิษย์คนแล้ว
ตำนานของดอกฟอร์เก็ตมีน็อต เกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในยุคโบราณมีอัศวินผู้กล้าหาญ และ หญิงสาวผู้งดงาม คู่นึงได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปในป่า แต่ในขณะนั้นหญิงสาวได้เจอเข้ากับดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ริมตลิ่ง เธอจึงขอให้เขาไปเก็บดอกไม้ชนิดนั้นให้ แต่ที่กำลังเอื้อมเก็บดอกไม้นั้น ก็ได้พลันลื่นลงไปในแม่น้ำ และเสื้อเกราะก็มีน้ำหนักที่มากจึงทำให้เขาไม่สามารถว่ายน้ำและถอดออกได้ทัน จึงได้โยนดอกไม้ให้แก่คนรัก และตะโกนว่า “Ne m’oubliez pas” ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส ว่า “อย่าลืมฉัน” จึงเป็นที่มาของชื่อดอกไม้ชนิดนี้ ซ้ำยังเป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ได้อีกด้วย
ดอกไม้นี้มีความหมายทั้งในเชิงลบ และเชิงบวก ส่วนใหญ่จะบอกว่า ดอกนี้หมายถึง “ดอกไม้แห่งหัวใจด้านชา” ว่ากันว่า ไม่ควรมอบดอกไม้นี้ให้แก่ผู้ใด แต่ในอีกความหมาย ดอกไฮเดรนเยีย หมายถึง “คำขอบคุณ” ขอบคุณที่เข้าใจกัน ดอกไม้ที่เล็กๆ บอบบาง แต่แสดงความขอบคุณอันยิ่งใหญ่ เหมือนจะเอ่ยเป็นคำพูดว่า “ขอบคุณที่เข้าใจในตัวฉัน และยอมรับความเป็นฉันเสมอมา”
ดอกทานตะวัน เป็นเรื่องราวของเทพธิดากรีกโบราณที่ชื่อว่า ไคลที ที่ไปหลงรักเทพอพอลโล ที่เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากเทพอพอลโล จนกระทั่งเทพองค์อื่นเริ่มสงสารและเห็นใจ พวกเขาจึงเปลี่ยนให้ไคลทีกลายร่างเป็นดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ที่ว่าก็คือดอกทานตะวันนั่นเองค่ะ ในด้านความรักดอกทานตะวันนั้นสื่อถึงความรักบริสุทธิ์และมั่นคง เหมือนกับไคลทีที่เฝ้ามองเทพอพอลโลอยู่อย่างนั้นไม่จากไปไหน การมอบดอกทานตะวันให้ใครจึงหมายถึงความรักของฉันที่มีให้เธอจะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนที่ดอกทานตะวันเฝ้ามองดวงอาทิตย์เสมอไป และดอกทานตะวันยังใช้สื่อถึงความร่าเริงสดใสและความสุขได้อีกด้วยค่ะ
ทฤษฎีพลาเนตติซิมัล (planetesimal hypothesis) อธิบายว่าโลกแยกตัวจากดวงอาทิตย์ โดยเกิดจากการโคจรผ่านเข้า ทำของดาวขนาดใหญ่มากดวงหนึ่ง แรงดึงดูดของดาวดวงนี้ได้ดึงเอาส่วน หนึ่งของดวงอาทิตย์แยกออกไปเกิดเป็นดาว เคราะห์ต่ํางๆ ขึ้น กรณีนี้โลกของเรามีอายุน้อยกว่าดวงอาทิตย์
protoplanet ทฤษฎีโปรโตแพลเนต
อธิบายว่าในอวกาศมีกลุ่มหมอก ฝุ่นละออง และแก๊ส ลอยอยู่ซึ่ง ต่อมาเกิดการหดตัวด้วยแรงดึงดูดของมวลของตัวเอง เกิดการรวมตัวกันเข้าสู่ศูนย์กลางหลายจุดซึ่งเป็นอิสระต่อกัน แต่ในที่สุดจุดศูนย์กลางเหล่านั้นถูก บีบอัดเข้ําด้วยกันจนกลายเป็นดวงอาทิตย์ และมีสสารแยกตัวออกเป็นแผ่น บางๆ เหมือนจานลอยอยู่โดยรอบดวงอาทิตย์ แรงเสียดทานภายในจานดังกล่าวทําให้เกิดการไหลคล้ํายกระแส น้ําวนในจาน ทําให้จานแตกแยกตัวออกเป็นมวลที่อัดแน่น เรียกว่าโปรโต แพลเนต (protoplanet) หลายๆ ชิ้นซึ่งในที่สุดกลายเป็นดาวเคราะห์ต่างๆ รวมท้ังโลกด้วย สำหรับส่วนที่หลุดออกไปนอกวงโคจรจะกลายเป็น ดวง จันทร์ และดาวเคราะห์น้อย
ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis)
อธิบายว่าสารที่เป็นต้นกําเนิดของดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์เป็น กลุ่มของเนบูลําซึ่งประกอบด้วยแก๊สและฝุ่นในท้องฟ้า ต่อมากลุ่มเนบูลา
เหล่านี้ได้หดตัวและเกิดกํารหมุนขึ้นอย่างช้ําๆ ในระยะแรก และทวีความเร็วขึ้นในระยะหลังทําให้เกิดจุดศูนย์กลํางและมีวงแหวนหมุนรอบ จุดศูนย์กลางได้มวลสารรวมกันเป็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงจุดศูนย์กลาง
การหดตัวเนื่องจากแรงดึงดูด นี้ทําให้เกิดความร้อนขึ้น กลุ่ม แก๊สแต่ละกลุ่ม แต่ละวงแหวนได้ก่อกําเนิดเป็นดาวเคราะห์บริวารของดวงอาทิตย์ กรณีนี้โลกจะมีอายุเท่ากับดวงอาทิตย์
อ้ายมีบ่อ้าย?@!