#น่ารู้
ทำความรู้จัก “ต้มยำกุ้ง” จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ที่มาของต้มยำกุ้งนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่หลักฐานหนึ่งที่ปรากฏชัดเจนคือมีการบันทึกถึงเมนู “ต้มยำ” มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่เป็นต้มยำปลาต่าง ๆ ส่วนในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2451) โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งเป็นตำราอาหารอย่างเป็นทางการของไทยเล่มแรกได้ปรากฏชื่อเมนูต้มยำเขมร หรือแกงนอกหม้อ แต่ก็หน้าตาไม่เหมือนต้มยำกุ้งที่เรากินอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามแม้จะไม่สามารถระบุที่มาที่ไปของต้มยำกุ้งได้ ทว่ากลับเป็นอาหารที่น่าสนใจทั้งในแง่พัฒนาการที่ปัจจุบันมีทั้งน้ำข้น น้ำใส หลากหลายสูตร อีกทั้งความชาญฉลาดของคนในอดีตที่ทำให้สามารถรับประทานเครื่องสมุนไพรไทยที่เป็นยาได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญต้มยำกุ้งยังสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และสมุนไพรก็สามารถหาได้เคียงครัว...
ผัดขี้เมา คืออะไร
อาหารชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ผัดกับเครื่องเคราต่าง ๆ รสชาติเผ็ดร้อนจากพริกและกระเทียม สำหรับเนื้อสัตว์เลือกใส่ได้ตามชอบ และผัดกับผักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว คะน้า ข้าวโพดอ่อน กะหล่ำปลี หรือผักอื่น ๆ และมีความพิเศษตรงที่ใส่ใบกะเพรา กระชาย และใบมะกรูด ซึ่งทำให้มีความหอมแซ่บมากขึ้น ทั้งนี้ อาจใส่พริกไทยอ่อนกับใบโหระพาด้วยก็ได้
ที่มา:https://cooking.kapook.com/view260919.html
ความหมายของผัดไทย ที่มาของผัดไทย
ผัดไทย pad thai ถือเป็นเมนูอาหารประจำชาติไทย ที่เป็นซิกเนเจอร์ และโด่งดังไปทั่วโลก เป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกถ้าได้มาเยือนประเทศไทยต้องกินให้ได้ โดยเมนูผัดไทยเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน แต่เดิมเรียกอาหารชนิดนี้ว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัด” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นผัดไทย มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรส ตามแบบฉบับรสชาติของคนไทยแท้ๆ ผัดไทย หมายถึง อาหารประเภทผัดที่นําเอาก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กแบน มาผัดกับกระเทียม เต้าหู หัวไชโป๊สับ ถั่วงอก...
บาทแก็ต (Baguette
บาทแก็ต (Baguette) ขนมปังแท่งยาวที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ‘ขนมปังฝรั่งเศส’ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
การประกาศยกย่อง ‘ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของบาแก็ต’ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เกิดขึ้นในที่ประชุมยูเนสโก ที่ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันพุธ (30 พ.ย.) หลังจากที่รัฐบาลฝรั่งเศสยื่นขอสถานะมรดกโลกทางวัฒนธรรมให้กับประเพณีการทำขนมปังชนิดนี้มาตั้งแต่ปี 2021
ออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก กล่าวถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งได้รับการประกาศล่าสุดนี้ว่า “นี่เป็นการเฉลิมฉลองวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศส บาแก็ตเป็นพิธีกรรมประจำวัน เป็นองค์ประกอบสำคัญของมื้ออาหาร...
มาร์ชแมลโล
แรกเริ่มมาร์ชแมลโลนั้นไม่ได้ทำมาจากเจลาติน แต่มีการพัฒนามาจากขนมหวานในสมัยอียิปต์โบราณ ซึ่งใช้สารสกัดจากรากของต้นมาร์ชแมลโล (Althaea officinalis) ซึ่งถือเป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองแอฟริกา มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเจ็บคอ นำมาผสมกับถั่วและน้ำผึ้ง แต่เนื่องจากต้นมาร์ชแมลโลมีราคาแพงและหายาก
ปัจจุบันจึงเปลี่ยนมาใช้เจลาตินแทนกลายเป็นเจลาตินมาร์ชแมลโล ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งคิดค้นโดยบริษัทผู้ผลิตขนมของฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยบริษัท Doumak ซึ่งได้คิดค้นกระบวนการ Extrusion กล่าวคือโฟม Marshmallow จะถูกบีบอัดผ่านแม่พิมพ์ให้เป็นแท่งยาว จากนั้นก็ถูกตัดให้เป็นก้อนเล็ก ๆ บางครั้งอาจเคลือบผิวด้วยน้ำตาล ส่วนมากจะผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จากสถิติพบว่า คนอเมริกันกินเจลาตินมาร์ชแมลโล ถึงปีละ 90 ล้านปอนด์เลยทีเดียว!!!
ที่มา:https://www.halamixgelatin.com/gelatin-marshmallow-2/
ประวัติของพาสต้า
ต้นกำเนิดของพาสต้า มาจากพ่อค้าชื่อ Marco Polo ซึ่งได้นำพาสต้ากลับมาจากการเดินทางของเขาที่ไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ตามหลักฐานเหล่านี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่หลักฐานที่พบ จะพบว่าในช่วงยุคโรมันจะมีการผลิตพาสต้าแบบใหม่ขึ้นเป็นลาซานญ่า ซึ่งในยุคนั้นจะไม่มีการนำไปเส้นลาซานญ่าไปต้มเหมือนกับพาสต้า แต่จะนำไปอบแทน จึงทำให้ยังไม่สามารถเชื่อได้ว่าลาซานญ่าในยุคโรมันนั้นถือได้ว่าเป็นพาสต้าหรือไม่ อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 8 ทางตอนใต้ของอิตาลีมีชาวอาหรับย้ายถิ่นเข้ามาอยู่กันมากขึ้น จึงทำให้มีผลกระทบต่ออาหารทางท้องถิ่นมากขึ้น และจึงเป็นที่มาของต้นกำเนิดพาสต้าได้อย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์เส้นแห้งที่ผลิตจากซิซิลีนั้นน่าจะเป็นต้นกำเนินของเส้นพาสต้าแบบแห้ง และได้มีการผลิตอย่างมากขึ้นในแถบ Palermo ในช่วงเวลาต่อมา นอกจากนี้คำว่า “มะกะโรนี” ยังมาจากชาวซิซิลีที่หมายถึงการนำแป้งไปบดอย่างหนัก ซึ่งสมัยนั้นเส้นพาสต้านั้นต้องใช้เวลาในการทำที่นานมากขึ้น
ที่มา:https://www.instyletravels.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2pasta-38530.page








