Login

เท็นชินดง
เท็นชินดง (ญี่ปุ่น: 天津丼; โรมาจิ: Tenshindon) หรือ เท็นชินฮัง (ญี่ปุ่น: 天津飯; โรมาจิ: Tenshinhan) หรือ คานิทามาดง (ญี่ปุ่น: かに玉丼; โรมาจิ: Kanitamadon) เป็นอาหารจีนแบบญี่ปุ่น ประกอบด้วยไข่เจียวเนื้อปูหรือคานิทามะ (ญี่ปุ่น: かに玉; โรมาจิ: Kanitama) วางคลุมบนข้าวและราดด้วยซอสข้น ชื่อของเท็นชินดงตั้งชื่อตามนครเทียนจินในภาคเหนือของประเทศจีน ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เท็นชิง (ญี่ปุ่น: 天津; โรมาจิ: Tenshin)

Yunishigawa Onsen Kamakura Festival
ช่วงนี้ยังอยู่ในเทศกาลแห่งความรัก กลิ่นอายละมุนความหวานก็ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ความรักไม่ว่าได้อยู่กับใครแล้วมันก็คงดีไม่น้อย ไม่ว่าจะรักคนรัก รักครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้องก็ดีทั้งนั้น และเมื่อได้เอ่ยถึงความละมุนละไมในความรักแล้ว เราอยากพาคุณไปมีสถานที่หนึ่งที่อยากให้ได้สัมผัส เชื่อว่าถ้าใครได้มาก็คงดีต่อใจเหมือนกับเรา เห็นแล้วเหมือนต้องมนต์สะกด มันสวยและมีความโรแมนติก กับเทศกาลYunishigawa Onsen Kamakura Festival
ที่นี่เดินทางง่ายมากๆ ไม่ไกลจากโตเกียว การเดินทางครั้งนี้ของเราได้เดินทางมากับรถเช่าพร้อมคนขับ ในการเดินทางอันแสนสะดวกสบายหลับได้เต็มตื่น ตื่นมาอีกทีก็อู้วหูว ทำไมสวยอย่างนี้ จากที่นอนเอาแรงมาเพื่อเก็บภาพสวยๆอันน่าประทับใจนี้มาฝากทุกๆคน เผื่อใครแวะเวียนเข้ามาอ่านอยากจะบอกว่าที่นี่สวยจริงๆ...

รอบรู้เรื่อง ซาซิมิ (刺し身)
ซาซิมิ (刺し身)เป็นปลาดิบสด (หรือเนื้อสัตว์) ที่หั่นบางเบาและเสิร์ฟดิบๆ คำว่าซาซิมิหมายถึง "เนื้อเจาะ (ปลาและเนื้อสัตว์)" ในภาษาญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเริ่มเรียกมันว่า sashimi กลับไปในศตวรรษที่ 14 เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ kirimi (切り身 / cut body) เพราะพวกเขาคิดว่าคำว่า "kiri" (ตัด) เป็นคำพูดที่ไม่ดี "Kiri" ใช้ในตัวอย่างเช่น...

ประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่น
1. อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย
อย่างที่เราเห็นว่าคุณค่าทางโภชนาการของถั่วแระญี่ปุ่นอัดแน่นขนาดไหน ดังนั้นประโยชน์ข้อแรกก็คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ และทราบไหมคะว่า หากเรารับประทานถั่วแระ 1 ถ้วยตวง หรือประมาณ 160 กรัม ร่างกายจะได้รับวิตามินเคประมาณ 56% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน นอกจากนี้ยังจะได้โฟเลตมากกว่า 100% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันด้วย
2. โปรตีนสูง
...
ต้นกำเนิดและประวัติของ มิโสะ
มิโสะ เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาวญี่ปุ่นมากว่า 1,300 ปีมิโสะ เป็นเครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันในชื่ออาหารหมักถั่วเหลืองที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมาดูประวัติความเป็นมาและดูว่า มิโสะ สนับสนุนสุขภาพของคนญี่ปุ่นได้อย่างไรคิดว่า มิโสะ มีต้นกำเนิดมาจากอาหารหมักในประเทศจีนโบราณ เป็นไปได้มากว่ามันถูกนำเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางจีนแผ่นดินใหญ่และคาบสมุทรเกาหลีในสมัยอาสึกะในช่วงศตวรรษที่ 7
บาทแก็ต (Baguette
บาทแก็ต (Baguette) ขนมปังแท่งยาวที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ‘ขนมปังฝรั่งเศส’ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
การประกาศยกย่อง ‘ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของบาแก็ต’ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เกิดขึ้นในที่ประชุมยูเนสโก ที่ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันพุธ (30 พ.ย.) หลังจากที่รัฐบาลฝรั่งเศสยื่นขอสถานะมรดกโลกทางวัฒนธรรมให้กับประเพณีการทำขนมปังชนิดนี้มาตั้งแต่ปี 2021
ออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก กล่าวถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งได้รับการประกาศล่าสุดนี้ว่า “นี่เป็นการเฉลิมฉลองวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศส บาแก็ตเป็นพิธีกรรมประจำวัน เป็นองค์ประกอบสำคัญของมื้ออาหาร...
มาร์ชแมลโล
แรกเริ่มมาร์ชแมลโลนั้นไม่ได้ทำมาจากเจลาติน แต่มีการพัฒนามาจากขนมหวานในสมัยอียิปต์โบราณ ซึ่งใช้สารสกัดจากรากของต้นมาร์ชแมลโล (Althaea officinalis) ซึ่งถือเป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองแอฟริกา มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเจ็บคอ นำมาผสมกับถั่วและน้ำผึ้ง แต่เนื่องจากต้นมาร์ชแมลโลมีราคาแพงและหายาก
ปัจจุบันจึงเปลี่ยนมาใช้เจลาตินแทนกลายเป็นเจลาตินมาร์ชแมลโล ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งคิดค้นโดยบริษัทผู้ผลิตขนมของฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยบริษัท Doumak ซึ่งได้คิดค้นกระบวนการ Extrusion กล่าวคือโฟม Marshmallow จะถูกบีบอัดผ่านแม่พิมพ์ให้เป็นแท่งยาว จากนั้นก็ถูกตัดให้เป็นก้อนเล็ก ๆ บางครั้งอาจเคลือบผิวด้วยน้ำตาล ส่วนมากจะผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จากสถิติพบว่า คนอเมริกันกินเจลาตินมาร์ชแมลโล ถึงปีละ 90 ล้านปอนด์เลยทีเดียว!!!
ที่มา:https://www.halamixgelatin.com/gelatin-marshmallow-2/
ประวัติของพาสต้า
ต้นกำเนิดของพาสต้า มาจากพ่อค้าชื่อ Marco Polo ซึ่งได้นำพาสต้ากลับมาจากการเดินทางของเขาที่ไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ตามหลักฐานเหล่านี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่หลักฐานที่พบ จะพบว่าในช่วงยุคโรมันจะมีการผลิตพาสต้าแบบใหม่ขึ้นเป็นลาซานญ่า ซึ่งในยุคนั้นจะไม่มีการนำไปเส้นลาซานญ่าไปต้มเหมือนกับพาสต้า แต่จะนำไปอบแทน จึงทำให้ยังไม่สามารถเชื่อได้ว่าลาซานญ่าในยุคโรมันนั้นถือได้ว่าเป็นพาสต้าหรือไม่ อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 8 ทางตอนใต้ของอิตาลีมีชาวอาหรับย้ายถิ่นเข้ามาอยู่กันมากขึ้น จึงทำให้มีผลกระทบต่ออาหารทางท้องถิ่นมากขึ้น และจึงเป็นที่มาของต้นกำเนิดพาสต้าได้อย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์เส้นแห้งที่ผลิตจากซิซิลีนั้นน่าจะเป็นต้นกำเนินของเส้นพาสต้าแบบแห้ง และได้มีการผลิตอย่างมากขึ้นในแถบ Palermo ในช่วงเวลาต่อมา นอกจากนี้คำว่า “มะกะโรนี” ยังมาจากชาวซิซิลีที่หมายถึงการนำแป้งไปบดอย่างหนัก ซึ่งสมัยนั้นเส้นพาสต้านั้นต้องใช้เวลาในการทำที่นานมากขึ้น
ที่มา:https://www.instyletravels.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2pasta-38530.page
มัฟฟิน
มัฟฟิน (Muffin) มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Moufflet เป็นขนมที่มีความเป็นมาเนิ่นนานตั้งแต่ ศตวรรษที่ 10 และ 11 ในแคว้นเวลส์ ประเทศอังกฤษ เป็นอาหารของทาสในสังคมอังกฤษยุควิกตอเรียน ซึ่งได้นําเศษขนมปัง แป้งบิสกิตที่เหลือและมันฝรั่งมาบดรวมกัน นวดจนเป็นแป้ง จากนั้น นําไปปิ้งให้สุกในกระทะก้นแบน กลิ่นหอมของขนมเย้ายวนใจ เจ้านายที่อยู่ชั้นบน จนในที่สุดขนมนี้จึงได้กลายเป็นขนมที่คนอังกฤษ รับประทานกับน้ำชาทุกบ่าย
ที่มา:https://ufm.co.th/tips/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99-muffin/
โมจิ หรือเค้กข้าว
โมจิ มาจากคำกริยาของญี่ปุ่น คำว่า Motsu แปลคร่าวๆได้ว่า มีกินมีใช้ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า โมจิเป็นอาหารที่ได้รับมาจากเทพเจ้า ในช่วงก่อนวันปีใหม่หนึ่งสัปดาห์ คนญี่ปุ่นก็จะเริ่มมีเทศกาลการทำ Mochitsuki นอกจากโมจิจะใช้ประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ก็ยังทำกินเองกันในบ้านด้วย เพราะวัตถุดิบหาไม่ยาก และ ทำได้ง่าย และโมจิ ยังให้พลังงานพอๆกันกินข้าว แถมพกพาสะดวก ก็เลยเริ่มได้รับความนิยม
การทำ “โมจิ” ในช่วงก่อนวันปีใหม่...







