ประวัติศาสตร์ของ GUCCI

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1921 Gucci ได้พลิกโฉมจากร้านค้าสาขาเดียวที่เปิดข้างท้องถนนในเมืองฟลอเรนซ์ไปสู่จุดสูงสุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบันในฐานะสัญลักษณ์แห่งงานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์เปี่ยมวิสัยทัศน์ และการออกแบบอันล้ำสมัยสัญชาติอิตาลีที่มีชื่อเสียงระดับโลก ประวัติศาสตร์ของแบรนด์เองก็มีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นและวัฒนธรรมที่มิอาจลบเลือนได้ผ่านทั้งการถ่ายทอดและนิยามยุคสมัยตลอดศตวรรษที่ 20 และ 21 Guccio Gucci ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของเขาเมื่อครั้งยังเป็นพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม The Savoy ในกรุงลอนดอน เขาจึงได้สร้างสตูดิโอกระเป๋าเดินทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นในปี 1921 บนถนน Via della Vigna Nuova ในเมืองฟลอเรนซ์ วิสัยทัศน์ของเขาผสมผสานวัสดุและงานฝีมือที่ยอดเยี่ยมของทัสคานีเข้ากับความงามสไตล์อังกฤษที่สง่างาม ในช่วงต้นปีนี้ได้สร้างต้นกำเนิดของแบรนด์ขึ้นในโลกแห่งการเดินทาง และการสำรวจ ซึ่งยังคงเชื่อมโยงกับมรดกของ Gucci อย่างแท้จริง
ในช่วงปลายทศวรรษ 1930 มีการใช้ผ้าแคนวาสเป็นวัสดุหลักของกระเป๋าเพื่อเพิ่มความทนทาน ผ้า Diamante ถือกำเนิดขึ้นและได้กลายมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นชิ้นแรกของแบรนด์ด้วยลวดลายเพชรอันเป็นเอกลักษณ์ ผ้าชนิดนี้คือจุดเริ่มต้นของผ้าแคนวาสโมโนแกรม GG ที่ยังคงโดดเด่นอยู่ในปัจจุบันบนซีเล็คชั่นกระเป๋าที่มีให้เลือกมากมาย

 

 

-ads-

ประวัติและความเป็นมา

เป๊ปซี่นั้น ในปี ค.ศ. 1898 คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นยาในร้านขายยาของนาย คาเลบ แบรดแฮม (Caleb D. Bradham) เภสัชกรจากเมืองนิวเบิร์น รัฐนอร์ทแคโรไลนา คาเลบ แบรดแฮม รู้ว่าเพื่อเป็นการเรียกลูกค้าให้กลับมาใช้บริการร้านขายยาของเขาอีก เขาจะต้องทำให้ร้านขายยากลายเป็นแหล่งนัดพบกัน ในตอนเปลี่ยนเข้าศตวรรษใหม่เขาทำอย่างที่เภสัชกรหลายๆ ทำ คือมีตู้น้ำโซดาในร้านขายยา ซึ่งเขาบริการเครื่องดื่มแก่ลูกค้าด้วยน้ำโซดาที่เขาปรุงขึ้นเองโดยเป็นส่วนผสมของ น้ำคาร์บอเนต ผลโคล่า วานิลลา และน้ำมันหอมสกัด ลูกค้าของเขาพากันเรียกเครื่องดื่มนี้โดยใช้ชื่อว่าเครื่องดื่มคาร์บอเนต ใช้เครื่องหมายการค้าครั้งแรกว่า “แบรดส์ ดริงค์” (Brad’s Drink) เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม และในปี ค.ศ. 1902 นายแบรดแฮม ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ “เป๊ปซี่-โคล่า” (Pepsi-Cola) [2][3]

ต่อมาในปี ค.ศ. 1903 ต่อมามีการจำหน่ายและขายผลิตภันฑ์ของเป๊ปซี่ โดยยังคงความเป็นต้นตำรับและคุณสมบัติการช่วยย่อยอาหาร จึงได้มีการจัดทำโฆษณาเครื่องดื่มว่า “สดชื่น มีชีวิตชีวา และช่วยในการย่อยอาหาร” ตามเจตนารมณ์เดิม หลังจากที่ได้มีการว่าจำหน่ายมาประมาณ 2 ปี ในปี ค.ศ. 1905 ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่จากการก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1898 โรงงานบรรจุขวด คาเลบได้เปลี่ยนชื่อเป็น เป๊ปซี่-โคล่า สาขาแรกได้ก่อก่อตั้งในเมืองชาร์ล็อตและเดอร์แฮม รัฐนอร์ทแคโรไลนา 8 ปีต่อมาเป๊ปซี่เปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1906 ซึ่งนับเป็นโลโก้แบบที่ 3 และเปลี่ยนแปลงข้อความโฆษณา “The Original Pure Food Drink” โดยในปีนั้นเป๊ปซี่มีโรงงานบรรจุขวดแล้วทั้งหมด 15 โรงงานทั่วสหรัฐอเมริกา โดยเครื่องหมายการค้าของเป๊ปซี่ได้รับการจดทะเบียนเพิ่มในในประเทศแคนาดา โดยมียอดจำหน่ายมากถึง 38,605 แกลลอน และในปีต่อมาได่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป๊ปซี่ ในประเทศเม็กซิโก ในปี ค.ศ. 1907 และมีการเปลี่ยนมาใช้ข้อความที่ว่า “รสชาติเยี่ยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ” (อังกฤษ: “Delicious and healthful”) โดยมีการใช้ข้อความนี้มาต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ทศวรรษ

และได้โฆษณาเครื่องดื่มชนิดใหม่ของเขานี้ต่อลูกค้าที่ชื่นชอบ เมื่อยอดขายของเป๊ปซี่-โคล่าเริ่มเพิ่มขึ้นเขาจึงเริ่มตั้งบริษัทและทำการตลาดให้กับเครื่องดื่มใหม่ของเขา จนในปี 1902 เขาเริ่มดำเนินกิจการบริษัทเป๊ปซี่-โคลา ในห้องด้านหลังร้านขายยา เขาจดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าและได้รับมอบสิทธิบัตรเมื่อ 16 มิถุนายน 1903 ในตอนแรกเขาผสมเครื่องดื่มด้วยตัวเองและจำหน่ายผ่านตู้กดน้ำ แต่ในไม่ช้าคาเลบเริ่มรู้ตัวว่ามีโอกาสอันดีรออยู่ -นั่นคือการบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่า เพื่อที่ว่าทุกๆ คนในวงกว้างจะได้สามารถลิ้มรสเครื่องดื่มของเขาได้

-ads-

KFC

เคเอฟซี (อังกฤษ: KFC) หรือ ไก่ทอดเคนทักกี (อังกฤษ: Kentucky Fried Chicken) เป็นร้านอาหารจานด่วนที่มีหลายสาขาทั่วโลกและเน้นอาหารประเภทไก่ทอด เคเอฟซีมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี สหรัฐ เคเอฟซีเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดหลายสาขาที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากแมคโดนัลด์ ด้วยจำนวนร้าน 18,875 ร้านใน 118 ประเทศนับถึงเดือนธันวาคม 2013 เคเอฟซีเป็นบริษัทย่อยของยัม! แบรนด์ส ไอเอ็นซีบริษัทภัตตาคารที่เป็นเจ้าของพิซซ่าฮัท และทาโก้ เบลล์ อีกด้วย

-ads-

KFC

เคเอฟซี (อังกฤษ: KFC) หรือ ไก่ทอดเคนทักกี (อังกฤษ: Kentucky Fried Chicken) เป็นร้านอาหารจานด่วนที่มีหลายสาขาทั่วโลกและเน้นอาหารประเภทไก่ทอด เคเอฟซีมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี สหรัฐ เคเอฟซีเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดหลายสาขาที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากแมคโดนัลด์ ด้วยจำนวนร้าน 18,875 ร้านใน 118 ประเทศนับถึงเดือนธันวาคม 2013 เคเอฟซีเป็นบริษัทย่อยของยัม! แบรนด์ส ไอเอ็นซีบริษัทภัตตาคารที่เป็นเจ้าของพิซซ่าฮัท และทาโก้ เบลล์ อีกด้วย

-ads-

KFC

เคเอฟซี (อังกฤษ: KFC) หรือ ไก่ทอดเคนทักกี (อังกฤษ: Kentucky Fried Chicken) เป็นร้านอาหารจานด่วนที่มีหลายสาขาทั่วโลกและเน้นอาหารประเภทไก่ทอด เคเอฟซีมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี สหรัฐ เคเอฟซีเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดหลายสาขาที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากแมคโดนัลด์ ด้วยจำนวนร้าน 18,875 ร้านใน 118 ประเทศนับถึงเดือนธันวาคม 2013 เคเอฟซีเป็นบริษัทย่อยของยัม! แบรนด์ส ไอเอ็นซีบริษัทภัตตาคารที่เป็นเจ้าของพิซซ่าฮัท และทาโก้ เบลล์ อีกด้วยเคเอฟซีก่อตั้งโดยฮาร์แลนด์ แซนเดอส์ นักลงทุนที่เริ่มขายไก่ทอดจากร้านอาหารข้างถนนในคอร์บิน รัฐเคนทักกี ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ แซนเดอส์เริ่มเห็นความเป็นไปได้เกี่ยวกับการเปิดแฟรนไชส์ร้านอาหาร และแฟรนไชส์ “เคนทักกีฟรายด์ชิกเคน” (Kentucky Fried Chicken – ไก่ทอดเคนทักกี) ร้านแรกเปิดที่รัฐยูทาห์ในปี 1952 เคเอฟซีทำอาหารประเภทไก่ให้เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมอาหารจานด่วน และกระจายตลาดโดยท้าทายผู้นำด้านร้านอาหารประเภทแฮมเบอร์เกอร์ หลังจากตั้งชื่อตราสินค้าของตนเป็น “เคอเนลแซนเดอส์” (Colonel Sanders) ฮาร์แลนด์กลายเป็นบุคคลโดดเด่นในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอเมริกัน และรูปภาพของเขาเป็นที่รู้จักกว้างขวางในภาพโฆษณาเคเอฟซี อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัททำให้แซนเดอส์รู้สึกว่ายากที่จะรับมือ และในปี 1964 เขาขายบริษัทให้กับกลุ่มนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่นำโดยจอห์น วาย. บราวน์ จูเนียร์ และแจ็ก ซี. แมสซีย์

 

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%8B%E0%B8%B5

 

 

-ads-

ปลาหมึก เพิ่มไขมันดี ลดไขมันเลว

จากการวิจัยให้ผู้ชายซึ่งมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ 18 คน บริโภคอาหารทะเลที่แตกต่างกัน 6 ชนิด คือ ปลาหมึกกล้วย ปู กุ้ง หอยนางรม หอยแมลงภู่ และหอยกาบ พบว่าปลาหมึกกล้วยและกุ้งมีไขมันคอเลสเตอรอลสูงกว่าอาหารชนิดอื่น ในขณะที่มีไขมันโอเมก้า 3 ต่ำกว่า แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดของผู้บริโภค ยิ่งไปกว่านั้น ปลาหมึกกล้วย หอยแมลงภู่ และหอยนางรมช่วยเพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย ซึ่งไขมันชนิดนี้จะช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกไปด้วย

ส่วนอีกงานวิจัยที่ศึกษาโดยให้หนูทดลองบริโภคสารสกัดจากปลาหมึกกล้วยเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า สารจากปลาหมึกกล้วยมีประสิทธิภาพในการลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ลงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และลดไขมันคอเลสเตอรอลลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มหนูทดลองที่บริโภคสารดังกล่าวเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้บริโภคสารนี้ โดยสารสกัดจากปลาหมึกช่วยลดการดูดซึมกรดน้ำดีในลำไส้เล็กและยับยั้งการสร้างไขมันในตับด้วย

แม้ปลาหมึกอาจมีไขมันชนิดที่ดีที่ช่วยลดระดับไขมันไม่ดีในร่างกายได้ แต่ยังคงต้องศึกษาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำผลลัพธ์ไปประยุกต์ใช้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้จริงในอนาคต ดังนั้นขณะนี้เราควรรับประทานปลาหมึกในปริมาณพอเหมาะ เพราะหากบริโภคปริมาณมากอาจเสี่ยงมีไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป เพราะในปลาหมึกมีไขมันอิ่มตัวและไขมันชนิดอื่นๆ อยู่ด้วย

 

ที่มา:https://www.smk.co.th/newsdetail/313

-ads-

สาหร่ายน้ำจีด ฮีโร่ประจำแหล่งน้ำจืด

สาหร่ายเติบโตด้วยการสังเคราะห์แสง ในกระบวนการนี้สาหร่ายจะดึงเอาคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นตอของการเกิดก๊าซเรือนกระจกมาใช้ แล้วเปลี่ยนให้เป็นออกซิเจนแทน ปล่อยกลับสู่แหล่งน้ำ สาหร่ายจึงเปรียบเหมือนต้นไม้ในโลกบาดาล ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพของน้ำ และยังเป็นพืชอาหารให้กับสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ อย่างลูกกุ้ง ลูกปลา

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินบางชนิด ยังสามารถตรึงก๊าซไนโตรเจนในอากาศมาเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย ซึ่งสามารถเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ใช้บำรุงต้นข้าวในนาได้

เหนือกว่านั้น ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย สารอินทรีย์ต่าง ๆ จะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายให้เล็กลงอยู่ในรูปของสารอนินทรีย์ เช่น ฟอสเฟต ไนเตรต แอมโมเนีย ฯลฯ ซึ่งสาหร่ายจะดึงเอาสารเหล่านี้ไปใช้ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงสารอาหาร (เมแทบอลิซึม) จึงช่วยลดสารอนินทรีในน้ำลงและปล่อยออกซิเจนออกมาแทน จึงทำให้แหล่งน้ำที่สาหร่ายเจริญอยู่มีคุณภาพ

ในทางกลับกัน แหล่งน้ำที่มีสาหร่ายกินได้เกิดอยู่นั้น ต้องมีคุณภาพน้ำปานกลางถึงดีมาก หากคุณภาพน้ำแย่ สาหร่ายน้ำจืดก็จะไม่เกิด ดังนั้นหากมีสาหร่ายน้ำจืดกินได้เกิดในน้ำที่ไหน ก็เหมือนดัชนีชี้วัดว่าแหล่งน้ำนั้น ๆ มีคุณภาพดี

 

ที่มา:https://www.greenery.org/g101-kai-freshwater-algae/

-ads-

ประโยชน์ต่างๆ จากสาหร่ายทะเล

  1. ช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยด์ เนื่องจากต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ในการควบคุมและปล่อยฮอร์โมนเพื่อผลิตพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ ซึ่งการทำงานของไทรอยด์ต้องการสารไอโอดีน เพื่อช่วยให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากร่างกายขาดไอโอดีนจะส่งผลต่อการเกิดคอพอก ต่อมไทรอยด์โต ซึ่งสาหร่ายทะเลเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารไอโอดีนจำนวนมาก
  2. สาหร่ายเป็นพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ มีปริมาณเส้นใยสูง ซึ่งเส้นใยเหล่านี้สามารถเป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ได้ เมื่อแบคทีเรียในลำไส้ได้อาหารที่ดีอย่างสาหร่ายก็จะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ลำไส้แข็งแรงและช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน
  3. มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และระดับอินซูลิน รวมทั้งยังช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งพบว่าเส้นใยอาหารจำนวนมากช่วยให้รู้สึกอิ่ม ส่งผลให้กระเพาะอาหารอาจไม่ส่งสัญญาณความหิวไปยังสมองเป็นเวลานาน อาจช่วยป้องกันการรับประทานมากเกินไปได้นะคะ

ที่มา:https://nmc.go.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5/

-ads-

ข้าวโพดคั่ว / Popcorn

ข้าวโพดคั่ว (popcorn) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความร้อนแห้งจากการคั่ว ทำให้เมล็ดข้าวโพดแตกหรือพองขยายตัว เมล็ดข้าวโพดที่ใช้สำหรับการทำเป็นข้าวโพดคั่วเป็นพันธุ์เฉพาะที่มีสมบัติแตกฟูได้ดีเมื่อถูกความร้อน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะส่วนเนื้อในเมล็ดไม่มีเยื่อหุ้มเมล็ด (seed coat) ข้าวโพดคั่วเป็นอาหารที่มีมาแต่โบราณกาล ได้มีการค้นพบร่องรอยของการใช้ประโยชน์ของข้าวโพดคั่วมาเป็นเวลานานกว่า 4,000 ปี ในแถบประเทศนิวเมกซิโก และเข้ามาแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายศตวรรษที่ 18

ข้าวโพดคั่วเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากชาวอเมริกัน ร้อยละ 70 ของผลผลิตที่ในปี พ.ศ.2527 จำหน่ายสำหรับการนำไปบริโภคภายในครัวเรือน ที่เหลือประมาณร้อยละ 30 จำหน่ายไปยังร้านค้าปลีกที่จำหน่ายข้าวโพดคั่วตามย่านชุมชนต่างๆ เช่น หน้าโรงภาพยนตร์ ในสวนสนุก ศูนย์การค้า เป็นต้น และจำหน่ายให้อุตสาหกรรมขนมหวาน เพื่อใช้ในการผลิตข้าวโพดคั่วเคลือบคาราเมล

การรับซื้อเมล็ดข้าวโพดสำหรับนำไปผลิตข้าวโพดคั่วใช้เกณฑ์มาตรฐานต่างๆ กัน เช่น คุณภาพของเนื้อ เมล็ด กลิ่นรส การพองตัวเมื่อคั่ว น้ำหนัก ความสมบูรณ์ของเมล็ด ฯลฯ เกณฑ์มาตรฐานที่นิยมโดยทั่วไป คือ คุณภาพในการพองตัวเมื่อนำไปคั่ว เมล็ดที่สามารถพองตัวได้ดี มีปริมาตรมากจะได้ราคาสูง ส่วนเมล็ดที่พองตัวน้อยจะได้ราคาต่ำ ดังนั้น อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่การซื้อขายข้าวโพดคั่ว นิยมซื้อขายตามปริมาตรการพองตัว เช่น ซื้อขายตามขนาดของถุงหรือกล่องที่ใช้บรรจุเมล็ดข้าวโพดที่มีการพองตัวดีจะสามารถใช้จำนวนเมล็ดน้อยกว่าเมล็ดที่พองตัวน้อยกว่า นอกจากนี้แล้วเมล็ดที่พองตัวดีจะให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าออีกด้วย

 

 

ที่มา:https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/6600/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7-popcorn

-ads-

สายไหม (ขนม)

สายไหม เป็นขนมชนิดหนึ่ง เป็นน้ำตาลปั่นขึ้นมาเป็นเส้นบางเบา ลักษณะคล้ายก้อนเมฆ อาจมีหลายสีตามแต่จะแต่งแต้ม เพื่อเป็นต้วแทนความฝันและจินตนาการตามความเชื่อของชาวตะวันตก จึงเป็นเหมือนกับขนมที่อยู่ในเทพนิยายโดยมีการนำมาเป็นขนมตัวแทนของสวนสนุกหรือละครสัตว์ เนื่องจากปั่นขึ้นเป็นขนมได้อย่างง่ายดายน่าอัศจรรย์

ที่มา:https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1_(%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1)

-ads-