ต้มข่าไก่

ต้มข่าไก่ เป็นอาหารไทยชื่อดังที่คนทั่วโลกรู้จัก เป็นอาหารประจำชาติไทยที่ได้ชื่อว่าอร่อยจนชาวต่างชาติถามหาทุกครั้งที่มาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งต้มข่าไก่ จัดเป็นอาหารประเภทต้มยำ คล้ายกับต้มยำกุ้ง รสชาติจัดจ้าน มีส่วนผสมของสมุนไพร แต่ใส่กะทิ ทำให้ต้มข่าไก่มีรสชาติที่กลมกล่อมกว่า เผ็ดและเปรี้ยวน้อยกว่า จึงเป็นเหตุผลสำคัญให้เมนูอาหารไทยจานนี้ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมากนั่นเอง แม้ต้มข่าไก่จะไม่มีประวัติความเป็นมาว่ามีจุดเริ่มต้นในสมัยใด แต่เมนูอาหารไทยจานนี้ก็อยู่คู่ครัวไทยมานาน นิยมทำรับประทานในครอบครัว เลี้ยงแขกและทำบุญงานมงคล

ที่มา:https://patternpack.org/?p=327

-ads-

(no title)

-ads-

ทำความรู้จัก “ต้มยำกุ้ง” จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ที่มาของต้มยำกุ้งนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่หลักฐานหนึ่งที่ปรากฏชัดเจนคือมีการบันทึกถึงเมนู “ต้มยำ” มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่เป็นต้มยำปลาต่าง ๆ ส่วนในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2451) โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ซึ่งเป็นตำราอาหารอย่างเป็นทางการของไทยเล่มแรกได้ปรากฏชื่อเมนูต้มยำเขมร หรือแกงนอกหม้อ แต่ก็หน้าตาไม่เหมือนต้มยำกุ้งที่เรากินอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามแม้จะไม่สามารถระบุที่มาที่ไปของต้มยำกุ้งได้ ทว่ากลับเป็นอาหารที่น่าสนใจทั้งในแง่พัฒนาการที่ปัจจุบันมีทั้งน้ำข้น น้ำใส หลากหลายสูตร อีกทั้งความชาญฉลาดของคนในอดีตที่ทำให้สามารถรับประทานเครื่องสมุนไพรไทยที่เป็นยาได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญต้มยำกุ้งยังสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และสมุนไพรก็สามารถหาได้เคียงครัว เช่นเดียวกับที่คลองหน้าบ้านหลังเก่าของ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ เชฟใหญ่และผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทย Blue Elephant กรุงเทพฯ และ Blue Elephant ภูเก็ต (ร้านอาหารแนะนำ ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566) ซึ่งได้ย้อนเล่าประวัติศาสตร์ของต้มยำกุ้งผ่านความทรงจำในวัยเยาว์ว่า เมื่อก่อนถ้าพูดถึงต้มยำกุ้งจะหมายถึงต้มยำกุ้งน้ำใสที่ไม่มีการใส่กะทิหรือนมอย่างในปัจจุบัน แต่น้ำต้มยำจะไม่ได้ใสแจ๋ว มีความมันเล็กน้อยจาก “มันกุ้ง” ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ

ที่มา:https://guide.michelin.com/th/th/article/dining-in/how-to-make-tom-yam-kung-the-epitome-of-delicious-and-nutritious-thai-cuisine

-ads-

ผัดขี้เมา คืออะไร

อาหารชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ผัดกับเครื่องเคราต่าง ๆ รสชาติเผ็ดร้อนจากพริกและกระเทียม สำหรับเนื้อสัตว์เลือกใส่ได้ตามชอบ และผัดกับผักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว คะน้า ข้าวโพดอ่อน กะหล่ำปลี หรือผักอื่น ๆ และมีความพิเศษตรงที่ใส่ใบกะเพรา กระชาย และใบมะกรูด ซึ่งทำให้มีความหอมแซ่บมากขึ้น ทั้งนี้ อาจใส่พริกไทยอ่อนกับใบโหระพาด้วยก็ได้  

ที่มา:https://cooking.kapook.com/view260919.html

-ads-

ความหมายของผัดไทย ที่มาของผัดไทย

ผัดไทย pad thai ถือเป็นเมนูอาหารประจำชาติไทย ที่เป็นซิกเนเจอร์ และโด่งดังไปทั่วโลก เป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกถ้าได้มาเยือนประเทศไทยต้องกินให้ได้ โดยเมนูผัดไทยเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน แต่เดิมเรียกอาหารชนิดนี้ว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัด” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นผัดไทย มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรส ตามแบบฉบับรสชาติของคนไทยแท้ๆ ผัดไทย หมายถึง อาหารประเภทผัดที่นําเอาก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กแบน มาผัดกับกระเทียม เต้าหู หัวไชโป๊สับ ถั่วงอก กุยช่าย ไข่ กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยน้ํามะขามเปียก น้ําตาลปีบ น้ําปลา พริกแห้งป่น เพิ่มรสมันด้วยถั่วลิสงคั่ว ปนหยาบ รับประทานกับหัวปลี ใบบัวบก กุยช่ายและถั่วงอก

ที่มา:https://food.trueid.net/detail/GYEmDGO8ZaoY

-ads-

บาทแก็ต (Baguette

บาทแก็ต (Baguette) ขนมปังแท่งยาวที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ‘ขนมปังฝรั่งเศส’ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 

การประกาศยกย่อง ‘ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของบาแก็ต’ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เกิดขึ้นในที่ประชุมยูเนสโก ที่ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันพุธ (30 พ.ย.) หลังจากที่รัฐบาลฝรั่งเศสยื่นขอสถานะมรดกโลกทางวัฒนธรรมให้กับประเพณีการทำขนมปังชนิดนี้มาตั้งแต่ปี 2021

ออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก กล่าวถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งได้รับการประกาศล่าสุดนี้ว่า “นี่เป็นการเฉลิมฉลองวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศส บาแก็ตเป็นพิธีกรรมประจำวัน เป็นองค์ประกอบสำคัญของมื้ออาหาร ที่มีความหมายเหมือนกับการแบ่งปันและความสนุกสนาน”

ที่มา:https://workpointtoday.com/baguette-unesco-cultural-heritage-list/

-ads-

มาร์ชแมลโล

แรกเริ่มมาร์ชแมลโลนั้นไม่ได้ทำมาจากเจลาติน   แต่มีการพัฒนามาจากขนมหวานในสมัยอียิปต์โบราณ  ซึ่งใช้สารสกัดจากรากของต้นมาร์ชแมลโล (Althaea officinalis)    ซึ่งถือเป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองแอฟริกา   มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเจ็บคอ  นำมาผสมกับถั่วและน้ำผึ้ง   แต่เนื่องจากต้นมาร์ชแมลโลมีราคาแพงและหายาก

ปัจจุบันจึงเปลี่ยนมาใช้เจลาตินแทนกลายเป็นเจลาตินมาร์ชแมลโล  ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเด็กๆ  ซึ่งคิดค้นโดยบริษัทผู้ผลิตขนมของฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยบริษัท Doumak ซึ่งได้คิดค้นกระบวนการ Extrusion  กล่าวคือโฟม Marshmallow  จะถูกบีบอัดผ่านแม่พิมพ์ให้เป็นแท่งยาว จากนั้นก็ถูกตัดให้เป็นก้อนเล็ก ๆ บางครั้งอาจเคลือบผิวด้วยน้ำตาล ส่วนมากจะผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จากสถิติพบว่า  คนอเมริกันกินเจลาตินมาร์ชแมลโล ถึงปีละ 90 ล้านปอนด์เลยทีเดียว!!!

ที่มา:https://www.halamixgelatin.com/gelatin-marshmallow-2/

-ads-

ประวัติของพาสต้า

ต้นกำเนิดของพาสต้า มาจากพ่อค้าชื่อ Marco Polo ซึ่งได้นำพาสต้ากลับมาจากการเดินทางของเขาที่ไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ตามหลักฐานเหล่านี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่หลักฐานที่พบ จะพบว่าในช่วงยุคโรมันจะมีการผลิตพาสต้าแบบใหม่ขึ้นเป็นลาซานญ่า ซึ่งในยุคนั้นจะไม่มีการนำไปเส้นลาซานญ่าไปต้มเหมือนกับพาสต้า แต่จะนำไปอบแทน จึงทำให้ยังไม่สามารถเชื่อได้ว่าลาซานญ่าในยุคโรมันนั้นถือได้ว่าเป็นพาสต้าหรือไม่ อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 8 ทางตอนใต้ของอิตาลีมีชาวอาหรับย้ายถิ่นเข้ามาอยู่กันมากขึ้น จึงทำให้มีผลกระทบต่ออาหารทางท้องถิ่นมากขึ้น และจึงเป็นที่มาของต้นกำเนิดพาสต้าได้อย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์เส้นแห้งที่ผลิตจากซิซิลีนั้นน่าจะเป็นต้นกำเนินของเส้นพาสต้าแบบแห้ง และได้มีการผลิตอย่างมากขึ้นในแถบ Palermo ในช่วงเวลาต่อมา นอกจากนี้คำว่า “มะกะโรนี” ยังมาจากชาวซิซิลีที่หมายถึงการนำแป้งไปบดอย่างหนัก ซึ่งสมัยนั้นเส้นพาสต้านั้นต้องใช้เวลาในการทำที่นานมากขึ้น

ที่มา:https://www.instyletravels.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2pasta-38530.page

-ads-

มัฟฟิน

มัฟฟิน (Muffin) มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Moufflet เป็นขนมที่มีความเป็นมาเนิ่นนานตั้งแต่ ศตวรรษที่ 10 และ 11 ในแคว้นเวลส์ ประเทศอังกฤษ เป็นอาหารของทาสในสังคมอังกฤษยุควิกตอเรียน ซึ่งได้นําเศษขนมปัง แป้งบิสกิตที่เหลือและมันฝรั่งมาบดรวมกัน นวดจนเป็นแป้ง จากนั้น นําไปปิ้งให้สุกในกระทะก้นแบน กลิ่นหอมของขนมเย้ายวนใจ เจ้านายที่อยู่ชั้นบน จนในที่สุดขนมนี้จึงได้กลายเป็นขนมที่คนอังกฤษ รับประทานกับน้ำชาทุกบ่าย

ที่มา:https://ufm.co.th/tips/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99-muffin/

-ads-

โมจิ หรือเค้กข้าว

โมจิ มาจากคำกริยาของญี่ปุ่น คำว่า Motsu แปลคร่าวๆได้ว่า มีกินมีใช้ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า โมจิเป็นอาหารที่ได้รับมาจากเทพเจ้า ในช่วงก่อนวันปีใหม่หนึ่งสัปดาห์ คนญี่ปุ่นก็จะเริ่มมีเทศกาลการทำ Mochitsuki นอกจากโมจิจะใช้ประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ก็ยังทำกินเองกันในบ้านด้วย เพราะวัตถุดิบหาไม่ยาก และ ทำได้ง่าย และโมจิ ยังให้พลังงานพอๆกันกินข้าว แถมพกพาสะดวก ก็เลยเริ่มได้รับความนิยม

     การทำ “โมจิ” ในช่วงก่อนวันปีใหม่ การหาวัตถุดิบนั้นไม่ยาก แต่จะยากตอนออกแรงทุบข้าวเหนียว ซึ่งอากาศก็เริ่มหนาว แขนขาก็ไม่มีแรง ต้องออกแรงกันมาก ช่วยกันทั้งครอบครัว เป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีได้อีกด้วย บางหมู่บ้านก็จัดเป็นกิจกรรมกันเลยนะคะ

ที่มา:

-ads-